การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา: สาเหตุ อาการ และการฟื้นฟูด้วยกายภาพบำบัด

การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก ซึ่งเกิดจากการที่ปริมาณและความเข้มข้นของการฝึกซ้อม “ไม่พอดี” โดยใช้หลักการ Goldilocks principle ซึ่งเป็นแนวคิดที่ใช้ในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างการฝึกซ้อมกับความเสี่ยงในการบาดเจ็บ โดยเปรียบเทียบกับนิทานเรื่อง Goldilocks and the Three Bears ซึ่งเด็กผู้หญิงชื่อ Goldilocks ได้ชิมข้าวต้มของหมีสามตัว และพบว่ามีเพียงชามเดียวเท่านั้นที่มีอุณหภูมิ “พอดี” ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป

สาเหตุของการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

1. การบาดเจ็บจาก “น้อยเกินไป” (Undertraining)

การขาดการเตรียมความพร้อมของร่างกายที่เพียงพอต่อกิจกรรมกีฬาที่กำลังจะทำ หรือที่เรียกว่า “Undertraining” ทำให้ร่างกายไม่สามารถรับมือกับความเครียดทางกายภาพที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม

​            กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และกระดูก ไม่ได้รับการกระตุ้นที่เพียงพอในการสร้างความแข็งแรงและความทนทาน เมื่อต้องรับแรงกระแทก แรงบิด หรือแรงยืดที่หนักขึ้นอย่างกะทันหันในระหว่างการเล่นกีฬา เนื้อเยื่อเหล่านี้จึงไม่สามารถทนทานได้และเกิดการบาดเจ็บขึ้น

​            การขาดการฝึกฝนทักษะการเคลื่อนไหวที่ถูกต้องหรือการควบคุมกล้ามเนื้อ (motor control) ทำให้เกิดรูปแบบการเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม (compensatory movement patterns) ซึ่งจะทำให้บางส่วนของร่างกายต้องทำงานหนักเกินไปและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ

ตัวอย่าง: นักวิ่งที่ปกติไม่เคยวิ่งขึ้นเนินเลย แต่ตัดสินใจลงแข่งวิ่งเทรล (trail running) ทำให้เส้นเอ็นร้อยหวายต้องรับแรงกระแทกและความเครียดอย่างมากจนเกิดการอักเสบ

2. การบาดเจ็บจาก “มากเกินไป” (Overtraining)

การฝึกซ้อมที่มากเกินไปทั้งในด้านปริมาณ (volume) และความเข้มข้น (intensity) โดยที่ร่างกายไม่มีเวลาเพียงพอในการฟื้นตัว (Inadequate Recovery) ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆ เกิดการบาดเจ็บสะสม

​            การใช้งานกล้ามเนื้อและข้อต่อซ้ำๆ (overuse) โดยไม่มีช่วงพักที่เหมาะสม ทำให้เกิดความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ สะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง เช่น เอ็นข้อศอกอักเสบในนักเทนนิส (tennis elbow), อาการปวดหน้าแข้งในนักวิ่ง (shin splints) หรือการอักเสบของเอ็นร้อยหวาย (Achilles tendinopathy)

​            ความล้าทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Fatigue): การฝึกซ้อมอย่างหนักต่อเนื่องโดยไม่พักผ่อนที่เพียงพอ ทำให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อล้า ประสิทธิภาพในการหดตัวและตอบสนองของกล้ามเนื้อลดลง ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในการเคลื่อนไหวและเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้อฉีกขาด หรือข้อต่อเคล็ด

ตัวอย่าง: นักบาสเกตบอลที่ฝึกซ้อมอย่างหนักในโปรแกรมที่เข้มข้นเป็นเวลาหลายสัปดาห์โดยไม่มีวันพักที่เพียงพอ ทำให้มีอาการปวดหน้าแข้งเรื้อรังและพัฒนาไปเป็นกระดูกล้า (stress fracture) ในที่สุด

3. การบาดเจ็บจาก “พอดี” (Just right) ที่ถูกรบกวนด้วยปัจจัยอื่น

แม้จะมีการฝึกซ้อมที่ “พอดี” อยู่แล้ว แต่การเปลี่ยนแปลงปัจจัยบางอย่างอย่างกะทันหัน ก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ ทั้งการเพิ่มปริมาณหรือความหนักของการฝึกซ้อมอย่างรวดเร็วเกินไปโดยที่ร่างกายยังไม่พร้อม เช่น เพิ่มระยะทางวิ่งขึ้น 30% ภายในสัปดาห์เดียว ทำให้ร่างกายไม่สามารถปรับตัวได้ทันและเกิดการบาดเจ็บ

​            การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิที่สูงขึ้น, การเปลี่ยนพื้นผิวการวิ่ง, หรือการใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เกิดความเครียดต่อร่างกายจนเกินขีดจำกัดและนำไปสู่การบาดเจ็บได้

ตัวอย่าง: นักกีฬาที่มีโปรแกรมการฝึกซ้อมที่ดีอยู่แล้ว แต่เปลี่ยนรองเท้าวิ่งคู่ใหม่ที่พื้นแข็งกว่าเดิม ทำให้เกิดการกระจายแรงกระแทกที่ไม่คุ้นเคยต่อเท้าและข้อเท้า จนทำให้มีอาการปวดข้อเท้าได้

การป้องกันการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาไม่ใช่เรื่องของโชคร้ายเพียงอย่างเดียว แต่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการ Goldilocks principle ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสาเหตุหลักของการบาดเจ็บเกิดจากการไม่สมดุลระหว่าง “แรงกระทำ (Training Load)” ที่ร่างกายได้รับ กับ “ความสามารถในการรับแรง (Capacity)” ของร่างกาย หากแรงกระทำน้อยหรือมากเกินไปเมื่อเทียบกับความสามารถในการรับแรง ก็จะเกิดการบาดเจ็บขึ้นได้เสมอ

การรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด

นักกายภาพจะประเมินสาเหตุของการบาดเจ็บว่าเกิดจากความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ความอ่อนแอของข้อต่อ หรือการเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจเกิดจากการฝึกซ้อมที่ “น้อยเกินไป” หรือ “มากเกินไป”

การรักษาในช่วงแรกของการบาดเจ็บ การรักษาจะเน้นการลดปริมาณการฝึกซ้อมที่กระทบต่อบริเวณที่บาดเจ็บ (ลด “too much”) เพื่อให้เนื้อเยื่อได้ฟื้นตัว จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงขึ้นทีละน้อย (สร้าง “just right”)

เมื่ออาการดีขึ้น นักกายภาพจะออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายที่ค่อยๆ เพิ่มความหนักขึ้น เพื่อให้เนื้อเยื่อที่บาดเจ็บมีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกในอนาคต (สร้างความสามารถในการรับแรงที่มากขึ้น)

การกายภาพบำบัดไม่ได้เป็นเพียงการรักษาอาการปวดเท่านั้น แต่เป็นการวางแผนและนำทางให้ผู้ที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้กลับมาเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากคุณมีอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ควรปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อประเมินอาการและวางแผนฟื้นฟูอย่างถูกวิธี เพื่อกลับมาเล่นกีฬาได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ

เขียนโดย กภ. บารมี (ก.15421)

อ้างอิง

  • Promoting health and physical capacity during productive work, Scandinavian Journal of Work, Environment & Health The goldilocks principle. Holtermann, A., et al. 2019
  • Thorborg K, Mendonça L. Sports Physiotherapy for All. International Journal of Sports Physical Therapy. 2021;16(5):1178.